that cat.

posted on 13 May 2014 18:32 by majorikaaa in life directory Fiction, Diary

 

 

หลังจากที่ร่วมชายคากันมาครบปี นี่เป็นครั้งที่สองที่คาลยอมให้ฉันสัมผัส


ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมาที่ฉันซึ่งกำลังดูแลต้นไม้อยู่ในสวนหน้าบ้าน 

มันส่งเสียงเรียกความสนใจที่ไม่ได้ฟังดูอ้อนวอน หากแต่แข็งกร้าวและวางอำนาจ



ขนสีน้ำตาลไหม้ตลอดตัวบ่งบอกว่ามันเคยเป็นแมวที่สวยมากตัวหนึ่ง

แต่ในโลกของแมวจร ความสวยไม่ช่วยอะไร

คาลเป็นแมวตัวผู้ ขนาดใหญ่กว่าแมวไทยทั่วไป แถมยังเสียงดัง  มันกัดกับแมวแถวนี้เป็นประจำ

แม้จะเคยมีแม่แมวมาคลอดลูกในบริเวณบ้าน ก็อยู่ได้แค่เพียงสัปดาห์ แล้วคาลก็กลับมาครองถิ่นเหมือนเดิม

ครั้งแรกที่มันยอมให้ฉันจับ มันหยอกเอินฉันด้วยการฝังเขี้ยวลงบนท่อนแขน

เลือดไหลจากรอยรูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งชั่วโมง และทำเอาผวาจากโรคพิษสุนัขบ้าไปหลายวัน

 

ฉันละจากการดูแลต้นไม้เดินมาหามัน นั่งลงและลูบหัวอย่างเอาใจจนมันหยุดร้อง

พิจารณาจากสภาพขน สุขภาพของมันคงไม่ได้ดีนัก ซึ่งก็เป็นปกติวิสัยของแมวจรที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน

มันพลิกตัวไปมา เอาหัวถูกับเท้าของฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย ยิ่งทำให้ฉันเห็นร่องรอยใต้ขนทั่วตัวไปหมด

บ้างเกิดจากเชื้อโรค บ้างเกิดจากการต่อสู้  บ้างเกิดจากความพยายามเอาชีวิตรอด

 

คาลวางหัวลงบนเท้าของฉัน นอนแผ่นิ่ง

“ร้ายแค่ไหนก็เป็นแค่แมว” ฉันคิดเมื่อเห็นมันหลับตาพริ้ม ส่งเสียงเพอร์เบาๆ

ฉันยิ้มออกมา นึกอยากช่วยรักษาบาดแผล พามันไปฉีดวัคซีน

จับทำหมันให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมีลูกแมวเล็กๆ (ที่เกิดและตายอย่างรวดเร็ว)เต็มซอย

บางทีฉันอาจจะได้เห็นขนสวยของมันอีกครั้ง

 

ความรู้สึกเอ็นดูสลายไปฉับพลันที่เห็นรอยจางบนแขน

กว่าจะทำให้มันแข็งแรงได้ ไม่รู้ว่าฉันจะต้องมีอีกกี่แผล

ยังไม่รวมนิสัยก้าวร้าวที่ยากจะรักษาให้หาย

 

ความจริงมันก็อยู่เองได้มาตั้งนาน ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ฉันจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

.

.

.

 

 

ฉันเดินเข้าบ้าน ปิดประตู และบอกตัวเองว่าจะไม่สนใจมันอีกต่อไป.