i am sam

posted on 24 Mar 2012 12:26 by majorikaaa  in Movie  directory Entertainment
 
i am sam (2001)
 
เอนทรี่ที่แล้วพูดถึง Beginners ซึ่งพ่อเป็นเกย์ ส่วนเอนทรี่นี้ก็ i am sam พ่อเป็นปัญญาอ่อน ไม่ได้หมกมุ่นเรื่องพ่อผิดปกติอยู่นะจ๊ะเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ มีดีวีดีเรื่องนี้อยู่นานแล้วแต่พึ่งได้โอกาสไปหยิบมาจากห้องเฮีย และก็พึ่งจะมีโอกาสได้ดูเช่นกัน ได้ดูทีเซอร์เรื่อง This must be place หนังที่กำลังชนโรงของ Sean Penn ซึ่งน่าดูเอาซะมากๆ(เพลงประกอบเพราะมากด้วย) จึงหยิบ i am sam ขึ้นมากดเพลย์อย่างไม่เลลัง

แซม ดอว์สัน เป็นปัญญาอ่อน เขามีลูกกับหญิงเร่ร่อนที่หนีไปทันทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลหลังคลอดเสร็จ ด้วยอายุสมองเท่าเด็ก 7 ขวบ เขาพยายามเลี้ยงดูเด็กหญิงลูซี่ (ตั้งชื่อตามเพลง Lucy in the sky with diamond ของ TheBeatle) โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ทั้งหญิงแก่ใจดีข้างบ้าน และกลุ่มเพื่อนที่ไม่ค่อยปกติของเขา 

แต่แล้วก็ถึงวันที่ลูซี่โต(ด้านสมอง)เกินกว่าพ่อของเธอ สังคมตัดสินว่าแซมไม่เหมาะสมที่จะดูแลเด็กหญิงคนนี้อีกต่อไป แซมต้องต่อสู้เพื่อทวงสิทธิการเลี้ยงดูลูกสาวอันเป็นที่รักของเขาคืนมา โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ริต้า ทนายหญิงที่"ไม่เคยแพ้" 
 
คนเป็นพ่อพยายามทำเพื่อตอบสนองต่อสัญชาติญาณสองข้อ หนึ่งคือให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด สองเพื่อให้ตนได้อยู่เคียงข้างเฝ้าดูการเจริญเติบโตของลูกน้อย เราอาจจะไม่พอใจพ่อ พ่อดุ พ่อขี้บ่น ชอบก๊ง ตดดัง หรืออย่างในเรื่องนี้คือไอคิวต่ำเตี้ย แต่พ่อมีสิ่งหนึ่งที่เราไปหาจากคนอื่นไม่ได้เลย คือความรักลูกตามธรรมชาติแบบที่คนสายเลือดเดียวกันเท่านั้นพึงจะมีให้กันได้ การเป็นปัญญาอ่อนของแซมยิ่งช่วยขับเน้นความอ่อนโยนของคนเป็นพ่อออกมาได้อย่างน่ารัก ซึ่งก็คงต้องโค้งให้แอคติ้งระดับเทพของดารานำ  
 
ฌอน เพนน์ได้เป็นนอมินีออสก้าร์จากเรื่องนี้ด้วย ซึ่งดูจบแล้วก็ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเลย เพราะบทแซมมีความซับซ้อนมากจริงๆ ทั้งแอคติ้งปัญญาอ่อนตลอดเวลา ซ้อนทับด้วยความสับสนจากสัญชาตญาณความเป็นพ่อ การพัฒนาของตัวละครจากความกดดันที่ค่อยๆพีคขึ้นจากต้นเรื่อง (แต่รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมปีนั้นตกเป็นของ Denzel Washington จาก Training Day)พอมามองแซม ป.ญ.อ. เปรียบกับบทร๊อกเกอร์ตกรุ่นใน This must be place แล้วยิ่งต้องร้องชาบู และคงจะต้องตีตั๋วไปดูลุงแน่นอน 

เราชอบฉากในศาลตอนท้ายๆเรื่อง ทั้งแอคติ้งของฌอน ทั้งคำพูดเสียดแทงของทนายอีกฝั่ง และมุมกล้อง รวมพลังกันกดดันทำร้ายจิตใจได้ดีมาก ชอบวิธีแทรกอารมณ์ขันของหนังด้วย อาจดูเบรกอารมณ์แบบหัวทิ่มบ้างแต่เราว่ามันช่วยทำให้เรื่องซึ่งค่อนข้างเครียดมากไม่หนักหนาเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากกลุ่มเพื่อนของแซม (ตัวทนายผู้หญิงเองก็ตลกไม่ใช่น้อย) ชอบแคสติ้งกลุ่มเพื่อนแซมด้วย น่ารักทุกคนเลย :)
 
 
หนังพูดถึงThe Beatle เกือบทั้งเรื่องเพราะเป็นศิลปินที่แซมชอบ แซมมักจะอธิบายด้วยการพูดเปรียบเปรยกับเรื่องของบีเทิล บางทีก็เรื่องในเพลง บางทีก็จากเกร็ดชีวิตจริงของสมาชิกในวง(ซึ่งเราคิดว่าคนปัญญาอ่อนคงคิดอะไรmetaphorแบบนี้ไม่ได้ หรืออาจจะแค่พูดไปเรื่อยเปือยแล้วคนฟังตีความไปเอง ) เพลงประกอบเป็นเวอร์ชั่นคัฟเวอร์ You've got to hide your love away บังเอิญอีกแล้วว่าช่วงนี้เราฮิตเดอะบีเทิลอยู่ เลยชอบเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก
 
ส่วนที่ไม่ชอบก็มีอยู่บ้าง คือบางทีมันก็อิ๊ไปหน่อย น้องดาโกต้าน่ารักมากแต่เราไม่ค่อยชอบแอคติ้งเธอเอาซะเลย จริงอยู่ว่าเธอเล่นเป็นเด็กที่ฉลาดกว่าอายุ แต่เราว่าบางจังหวะมันดูเกือบเป็นเด็กแก่แดดไปเลย อาจจะเพราะบทที่พยายามสื่อเรื่องหนูเป็นเด็กฉลาดให้เร็วๆชัดๆ หรืออาจเป็นวิธีเคี้ยวปากตอนพูดหรืออะไรซักอย่าง อีกอย่างคือจังหวะหนัง ตอนต้นเล่าเรื่องไวดี แต่ก็พีคขึ้นเร็ว จนรู้สึกว่าช่วงหลังๆแอบเฉื่อย(หนังยาวด้วยหล่ะมั้งสองชั่วโมงกว่า)  
 
 
สรุปว่า I am Sam เป็นหนังที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องหนึ่ง หนังดราม่าสาระไปซะเจ็ดในสิบส่วน ที่เหลือคือความบันเทิงที่ไม่ผิดหวังเลย รีบดูซะก่อนที่เราจะเคยชินกับหนังสมัยใหม่จังหวะฮิปๆ และรู้สึกว่าเรื่องนี้เชยสะบัดจนขี้เกียจจะเปิดมันดูจนจบแผ่น (เหมือนที่เรารู้สึกกับสตาร์วอร์ ยาวมาก เหนื่อยมาก ดูไม่จบซักที ฮ่า)